สตีเว่น เจอร์ราร์ด ชีวิตนี้อุทิศให้ “ลิเวอร์พูล”

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ชีวิตนี้อุทิศให้ “ลิเวอร์พูล”

สำหรับแฟนบอล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล นักเตะในดวงใจของแฟนๆ นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็มีอยู่ด้วยกันมากมายขึ้นอยู่กับยุคสมัยในช่วงเวลานั้น ๆ ว่าใครคือคนที่ก้าวขึ้นมามีฝีเท้ายอดเยี่ยม รวมถึงมีการแสดงออกถึงความรักต่อทีมที่ทำให้เห็นว่าเขาคือลิเวอร์พูลมากพอจะทำให้แฟนบอลหลงรัก หนึ่งในนักเตะที่หลายคนเรียกให้เขาเป็น “มิสเตอร์ลิเวอร์พูล” ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลรุ่นไหนต่างก็ต้องรู้จักเขาคนนี้ในฐานะจอมทัพคนเก่งของสโมสรชายผู้นั้นมีนามว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด

รู้จักกับสตีวี จี

สตีเว่น จอร์จ เจอร์ราร์ด เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 ถือว่าเป็นนักเตะในความดูแลของลิเวอร์พูลมาตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชน เจ้าตัวได้เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลด้วยการเข้าร่วมทีมฟุตบอลเยาวชนของสโมสรมาตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบ ซึ่งตำแหน่งแรก ๆ ที่เขาได้มีโอกาสลงเล่นคือการเป็นมิดฟิลด์ทางฝั่งขวาและรับบทเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง จากฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นเกินกว่าเด็กคนอื่น ๆ ทำให้เขาค่อย ๆ พัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาเรื่อย ๆ จนในที่สุดวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998 ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสลงสนามสัมผัสเกมในฐานะนักเตะอาชีพโดยเป็นเกมที่ลิเวอร์พูลเปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ซึ่งเมื่อจบซีซั่นดังกล่าวเจ้าตัวได้ลงสัมผัสกับเกมไปทั้งหมด 12 นัด แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นเพียงนักเตะตัวสำรองเสียมากกว่า

การก้าวขึ้นมาเป็นจอมทัพแบบเต็มตัว

อย่างไรก็ดีด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นทำให้เขาเริ่มได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางแต่ด้วยตำแหน่งที่บ่อยครั้งมักจับถูกไปเล่นให้เป็นมิดฟิลด์ตัวตัดเกมทำให้เขามักจะได้รับใบเหลือง ใบแดง อยู่เป็นประจำ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามที่จะพัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาเรื่อย ๆ จนในซีซั่น 2000-2001 เขาก็สามารถพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์บอลถ้วยได้สำเร็จ ซึ่งทั้ง 3 ถ้วยนั้นประกอบไปด้วย แชมป์ลีกคัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า คัพ ทำให้ชื่อของเจอร์ราร์ดกลายเป็นชื่อที่แฟนบอล “หงส์แดง” ต่างก็จดจำเขาได้เป็นอย่างดีในฐานะเด็กท้องถิ่นที่ลงเล่นให้กับทีมอย่างทุ่มเทในทุก ๆ รายการที่เขาลงแข่งขัน

ความยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตค้าแข้ง

เจอร์ราร์ดได้เริ่มมีโอกาสติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2000 ซึ่งตอนนั้นเขาเริ่มที่จะทำฟอร์มของตัวเองได้ดีอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นตัวหลักของทีมชาติอังกฤษไปโดยปริยาย แต่ความยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาคงหนีไม่พ้นแมทช์สุดพิเศษในค่ำคืนที่อิสตันบูล ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ เป็นเกมที่ลิเวอร์พูลเจอกับ เอซี มิลาน พวกเขาโดนเอซี มิลาน ออกนำทิ้งห่างไปก่อนถึง 3-0 ก่อนที่ในช่วงครึ่งหลังจะกลับมาตีเสมอได้สำเร็จเป็น 3-3 จนสุดท้ายต้องมาถึงช่วงยิงลูกจุดโทษแล้วก็เป็นลิเวอร์พูลที่ฝีเท้าแม่นยำกว่าเอาชนะเอซี มิลานไปได้  คว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปได้เป็นสมัยที่ 5 ซึ่งในค่ำคืนดังกล่าวเจอร์ราร์ดเองก็เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จครั้งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

จำต้องจากแอนฟิลด์

แม้ว่าตลอดชีวิตค้าแข้งของเขาจะมีข่าวคราวการย้ายทีมต่าง ๆ มากมาย แต่เขาเองก็ไม่เคยคิดจะหนีจากถิ่นแอนฟิลด์ที่เปรียบเสมือนบ้านของเขาไปไหนเลย  ในท้ายที่สุดช่วงปลายอาชีพค้าแข้งของเขาตัวเองก็รู้ดีว่าด้วยความเป็นวิถีของฟุตบอลเมื่อเขายังต้องการเล่นอยู่แต่ไม่สามารถเล่นได้สม่ำเสมอกับลิเวอร์พูลทำให้ในปี 2015 เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับ แอลเอ แกแล็กซี่ ในสหรัฐฯ ก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปีต่อมาปิดฉากตำนานความยิ่งใหญ่ของหงส์ตัวนี้อย่างสมบูรณ์แบบ